การคัดเลือกพันธุ์พืช

ต่อไปนี้ เป็น เกร็ดความรู้ เพื่อการศึกษา และ เพื่อการพัฒนา ด้านการเกษตร


การคัดเลือกสายพันธุ์พืช และ การผลิตเมล็ดพันธุ์
สายพันธุ์พืช และ เมล็ดพันธุ์ที่ดี นับว่ามีความสำคัญ ต่อคุณภาพของผลผลิตของไม้ผล และ พืชผัก ร่วมกับการใช้ สายพันธุ์พืช และ เมล็ดพันธุ์ดี จะทำให้เกิดความสำเร็จในการปลูกผัก ลักษณะของสายพันธุ์พืชที่ต้องการโดยทั่วไป นอกจากจะมีรูปลักษณ์ รสชาติ และ สีสัน ตามความต้องการของผู้บริโภคแล้ว ลักษณะความต้านทานโรคพืช และ แมลงต่างๆ รวมถึงสายพันธุ์ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในพื้นท้องถิ่นที่ดี อย่างไรก็ตามสายพันธุ์ที่มีความดีครบถ้วนตามความต้องการของทุกคนไม่สามารถหาได้อย่างแน่นอน การผลิตพืชผักโดยทั่วไปซึ่งมีการใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีป้องกันและกำจัดโรคพืช และ แมลงต่างๆ การเลือกใช้สายพันธุ์จะมีข้อจำกัดที่น้อยลง เพราะพืชจะได้รับสารอาหารทันทีจากปุ๋ย ซึ่งจะให้ทางรากหรือทางใบ เมื่อมีโรคหรือแมลงเข้าทำลายก็จะถูกกำจัดออกไปได้อย่างรวดเร็ว ทำให้พืชมีการเจริญเติบโตได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องการใช้สารเคมีที่มีผลต่อสภาพ แวดล้อม รวมถึงชีวิตคน สัตว์ และ จุลินทรีย์ต่างๆ เป็นสิ่งที่จะต้องจัดการกันต่อไป

การผลิตพืชผักนั้น ความต้องการสายพันธุ์พืชจะมีลักษณะไม่แตกต่างจากปกติมากนัก แต่ลักษณะของสายพันธุ์พืช จะต้องเป็นพันธุ์พืชที่หาอาหารเก่ง ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดี ต้านทานโรคพืช และ แมลงต่างๆ มากกว่าสายพันธุ์พืชปกติทั่วไป การได้มาซึ่งสายพันธุ์พืชที่มีลักษณะดังกล่าว จะมีขั้นตอนของการปรับปรุงสายพันธุ์ต่างๆ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานาน ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง อีกทั้งต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในหลายๆด้านมาประกอบกัน จะอย่างไรก็ตามวิธีการที่สามารถดำเนินการได้ในทันทีเพื่อให้ทันต่อความต้องการ คือ การนำสิ่งที่มีอยู่ ได้แก่ สายพันธุ์พืชพื้นท้องถิ่น ที่เกษตรกรใช้อยู่เดิม ตามธรรมชาติ และ บรรพบุรุษได้ทำการคัดเลือกไว้ในระดับหนึ่งแล้ว นำเอามาพัฒนาต่อยอดให้มีความคงที่ทางพันธุกรรม รวมถึงการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพในปัจจุบัน

การคัดเลือกสายพันธุ์พืช
ก่อนที่จะทำการผลิตเมล็ดพันธุ์ จะต้องมีสายพันธุ์พืชที่ดีตามที่ต้องการ และสายพันธุ์ดีนั้นควรเป็นพันธุ์แท้ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน กล่าวคือ เกษตรกรสามารถผลิตเมล็ดไว้ใช้เองได้ เก็บเมล็ดพันธุ์ต่อได้รุ่นต่อรุ่น โดยยังคงลักษณะตามสายพันธุ์นั้นๆ เมล็ดพันธุ์พืชผักส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นเมล็ดพันธุ์ลูกผสม ซึ่งมีข้อดีอยู่หลายประการ อาทิเช่น ความสม่ำเสมอ รวมถึงลักษณะเด่นต่างๆ ที่นักปรับปรุงสายพันธุ์พยายามนำมาไว้ในสายพันธุ์ลูกผสม ถึงอย่างไรก็ตามลักษณะความดีที่เห็นในสายพันธุ์ของลูกผสมดังกล่าว จะไม่สามารถถ่ายทอดสู่รุ่นลูกได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากเมล็ดลูกผสมดังกล่าวเกิดจากการผสมข้ามระหว่างสายพันธุ์แท้ที่มีความแตกต่าง 2 พันธุ์ขึ้นไป ดังนั้นเมล็ดของสายพันธุ์ลูกผสมจึงไม่สามารถคงลักษณะอยู่ได้ การที่นักปรับปรุงสายพันธุ์ใช้วิธีการผสมข้ามระหว่างสายพันธุ์แท้ที่แตกต่างกันดังกล่าวเพื่อผลิตลูกผสมนั้น ลูกผสมที่ได้จะมีลักษณะความดีเด่นเหนือพ่อแม่ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นทางพันธุกรรมที่นักปรับปรุงสายพันธุ์นำมาประยุกต์ใช้ในงานด้านการพัฒนาสายพันธุ์พืช

การคัดเลือกสายพันธุ์พืชในที่นี้ จะกล่าวถึงผัก และมุ่งเน้นกับเกษตรกรที่มีการเก็บรักษาสายพันธุ์พื้นท้องถิ่น ที่มีการขยายสายพันธุ์เพื่อเก็บรักษา หรือเพื่อใช้ในการผลิตผักสดในระบบเกษตรอินทรีย์มาแล้วระดับหนึ่ง การคัดเลือกสายพันธุ์ สามารถดำเนินการโดยการสังเกตจากสายพันธุ์พืชที่มีอยู่ หรือที่พบเห็นว่าสายพันธุ์นั้นๆ มีจุดเด่นที่น่าสนใจอะไรบ้างตามที่ต้องการ จากนั้นดูว่าพืชนั้นขยายพันธุ์โดยวิธีการใด เช่น ถ้าขยายพันธุ์โดยไม่ใช้เพศ จะสามารถเพิ่มปริมาณต้นที่คัดเลือกได้อย่างไรบ้าง เช่น การตอน หรือการปักชำ และอื่นๆ การคัดเลือกเป็นรายต้น และ เพิ่มปริมาณจะทำให้มีความคงที่ทางพันธุกรรมตาม ที่ต้องการดีที่สุด แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องปริมาณที่ต้องการจะทำได้ล่าช้า วิธีการจัดการใช้วิธีคัดเลือกต้นที่มีลักษณะเหมือนๆกัน มาขยายพันธุ์รวมกันก็ได้ แต่ถ้าเป็นพืชที่มีการขยายพันธุ์โดยใช้เพศ การคัดเลือกสายพันธุ์จะต้องไม่ให้มีพันธุกรรมอื่นๆ เข้ามาผสมกับพันธุ์ หรือต้นที่ได้ทำการคัดเลือกไว้ โดยสามารถดำเนินการโดยวิธีที่ไม่ยากนัก คือ ในกรณีที่เป็นพืชผสมตัวเอง

เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ มะเขือเทศ ให้ใช้ถุงกระดาษ ซึ่งอาจใช้กระดาษว่าวสีขาวเคลือบไข ขนาดที่สามารถครอบดอกของพืชได้ โดยทำการครอบดอกก่อนที่ดอกจะบาน ประมาณ 1-2 วัน เมื่อติดผล และผลแก่ ให้นำไปเพาะขยายสายพันธุ์ต่อได้ โดยจะทำให้มีลักษณะที่ดี ตามที่ต้องการมากขึ้น และสามารถทำการคัดเลือกโดยวิธีดังกล่าวไปเรื่อยๆ จนกว่าเมื่อนำผลที่ได้ไปเพาะปลูก จะให้ลักษณะที่เหมือนกันทุกต้น สำหรับพืชผสมข้ามสายพันธุ์ เช่น แตงกวา บวบ มะระ สามารถทำการผสมตัวเองได้ เพื่อให้เกิดสายพันธุ์แท้ หรือสายพันธุ์บริสุทธิ์ได้ โดยการคัดเลือกต้นที่ต้องการ ทำการเลือกดอกตัวผู้และดอกตัวเมียภายในต้นเดียวกัน และเป็นดอกที่จะบานในเช้าวันรุ่งขึ้น ทำการครอบดอกไว้ และในตอนเช้าเมื่อดอกบาน ให้เด็ดดอกตัวผู้มาผสมกับเกสรตัวเมีย จากนั้นครอบดอกไว้เหมือนเดิม เมื่อติดผล เมล็ดแก่ ให้นำมาเพาะปลูก ก็จะทำให้พันธุกรรมของพืชมีแนวทางการแสดงออกตามที่ต้องการมากขึ้น จากนั้นก็ทำการคัดเลือก

ต่อไป โดยรวมต้นที่มีลักษณะเหมือนๆ กัน นำเมล็ดมารวมกันปลูกคัดเลือกไปเรื่อยๆ จะทำให้เกิดโอกาสการเป็นสายพันธุ์แท้ได้
วิธีการคัดเลือกพันธุ์ข้างต้นที่กล่าวมา เป็นแนวทางการคัดเลือกสายพันธุ์ที่ไม่ยากนักที่เกษตรกรสามารถดำเนินการ และ สามารถรักษาพันธุกรรมของพืชที่ดีไว้ได้ระดับหนึ่ง

การผลิตเมล็ดพันธุ์
การผลิตเมล็ดพันธุ์ การควบคุมโรคที่อาจจะติดไปกับเมล็ด การควบคุมแมลงที่จะทำอันตรายกับต้นพืช และ เมล็ดพันธุ์ ซึ่งในระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่ จะต้องเตรียมดินให้อุดมสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้ต้นแม่พันธุ์ที่แข็งแรง ซึ่งจะสามารถให้เมล็ดที่มีคุณภาพดีได้ ส่วนในเรื่องของโรคพืช และ แมลงต่างๆ จะต้องเน้นหลักเรื่องการป้องกันมากกว่าการกำจัด การดำเนินการเรื่องการจัดการดิน และโรคพืช และ แมลง ซึ่งมีรายละเอียดในการจัดการ และ การบริหารแตกต่างไปตามสถานที่และปัจจัยแวดล้อมต่างๆนั้นเอง

การผลิตเมล็ดพันธุ์เป็นการเพิ่มปริมาณเมล็ดพันธุ์โดยคงพันธุกรรมที่ต้องการ และผลิตเมล็ดให้มีคุณภาพที่ดี คือ เป็นเมล็ดที่มีความแข็งแรง มีความงอกสูง เก็บรักษาไว้ได้นาน การที่จะทำการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชใด จะต้องรู้จักพืชชนิดนั้นให้ดีพอสมควรเสียก่อน อาทิเช่น

– ลักษณะการผสมเกสร ต้องทราบว่าเป็นพืชผสมตัวเองหรือผสมข้าม เช่น พืช มะเขือ ตระกูลถั่ว ตระกูลพริก เป็นพืชผสมตัวเอง ตระกูลแตง เป็นพืชผสมข้าม เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการผสมข้ามของพืชที่เราต้องการ

– การออกดอกของพืชผัก ถ้าจะต้องทราบว่าพืชชนิดนั้นออกดอกเมื่อไหร่ มีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้พืชนั้นออกดอกหรือไม่ออกดอก เช่น ผักบุ้ง กระเจี๊ยบแดง จะออกดอกเมื่อกลางวันน้อยกว่ากลางคืน หรือในช่วงฤดูหนาวของไทย ดังนั้นถ้าปลูกกระเจี๊ยบแดงในช่วงฤดูหนาว ต้นจะแคระแกร็น ออกดอกเร็ว ผลผลิตต่ำ จึงต้องปลูกในช่วงฤดูฝน ให้มีการเจริญเติบโตทางด้านลำต้นและใบ ให้เต็มที่ เมื่อถึงฤดูหนาว ที่ช่วงแสงสั้นก็จะถูกกระตุ้นให้ออกดอกติดเมล็ด ซึ่งจะทำให้ได้ปริมาณและคุณภาพเมล็ดสูง หรือพืชบางชนิดที่ต้องการอุณหภูมิต่ำในการออกดอก เช่น กวางตุ้ง คะน้า ดังนั้นจึงต้องปลูกในช่วงต้นฤดูหนาว จะทำให้พืชเจริญเติบโต ออกดอก ให้ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ดี ในขณะที่มีพืชจำนวนมากสามารถออกดอกได้เมื่อมีอายุที่พร้อมในการออกดอก ติดผล เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ เป็นต้น

การควบคุมสายพันธุกรรมตามสายพันธุ์ที่ต้องการ เป็นเรื่องที่จะต้องวางแผนล่วงหน้า โดยมีหลักการคือ การป้องกันมิให้สายพันธุ์อื่นๆ มาผสมกับสายพันธุ์ที่ทำการผลิตเมล็ด ซึ่งสามารถทำได้โดยการปลูกให้ห่างจากพันธุ์อื่นๆ ให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ก่อน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการกำหนดระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการผสมข้ามสายพันธุ์ และมีปัจจัยหลายประการในการพิจารณา เช่น ถ้าเป็นพืชผสมตัวเอง เช่น มะเขือ อาจจะใช้ระยะห่าง ประมาณ 50 เมตร ในขณะที่พืชผสมข้าม เช่น แตงกวา อาจจะต้องใช้ระยะห่างถึง 500 เมตร เป็นต้น อย่างไรก็ดีปัจจัยที่กำหนดระยะห่างของพันธุ์อื่นๆ ดังกล่าว ยังขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ ทิศทางลม และ ชนิดของแมลงที่ช่วยผสมเกสรอีกด้วย ในบางครั้งอาจจะมีปัญหาเรื่องการไม่สามารถหาพื้นที่ที่มีระยะห่างตามต้องการได้ อาจจะใช้วิธีการปลูกเหลื่อมเวลา เพื่อไม่ให้ออกดอกพร้อมกัน หรือการกางมุ้ง การใช้ถุงครอบ เพื่อป้องกันลมและแมลง ก็เป็นวิธีการที่สามารถทำได้เช่นกัน

นอกจากจะต้องมีการวางแผนการปลูกให้ปลอดจากสายพันธุ์อื่นๆ ข้างต้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่จะต้องทำคือการถอนสายพันธุ์ที่ไม่ต้องการ หรือ สายพันธุ์ที่มีลักษณะผิดเพี้ยนไปจากพันธุ์เดิมออก ซึ่งต้องทำทุกๆ ระยะของการเจริญเติบโต ตั้งแต่ระยะกล้า ระยะการเจริญเติบโตด้านลำต้นและใบ ระยะการออกดอก และ ระยะการเก็บเกี่ยว โดยสามารถพิจารณาตามความแตกต่าง จากความแตกต่างทางสัณฐานวิทยา เช่น ลักษณะ ใบ ดอก ผล ความสูง หรืออายุการเก็บเกี่ยว รวมถึงความสม่าเสมอของสายพันธุ์ด้วย โดยการพิจารณาเป็นรายต้น และ เมื่อพบ ต้องนำออกจากแปลงโดยวิธีการถอน ซึ่งถ้าใช้วิธีการตัด อาจจะมีการแตกยอดออกมาใหม่ได้อีก

การควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์จะต้องดูแลต้นพืช ให้มีความแข็งแรง สมบูรณ์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักให้เมล็ดพันธุ์มีความสมบูรณ์ นอกจากนั้นแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆอีกหลายประการที่มีผลต่อคุณภาพของเมล็ด

ปัจจัยหลักที่สาคัญ การควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ได้แก่
การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งในขบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ จะต้องเก็บเกี่ยวให้ถูกเวลาและมีวิธีการที่ถูกต้อง ซึ่งจะมีผลต่อปริมาณและคุณภาพของเมล็ด ซึ่งมีสิ่งที่ควรคานึงถึง

อาทิเช่น
– ช่วงเวลาการปลูกที่เหมาะสม พืชหลายชนิดปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี แต่ควรหลีกเลี่ยงที่จะให้ช่วงการเก็บเกี่ยวอยู่ในช่วงฤดูฝน เพราะนอกจากฝนจะเป็นอุปสรรคในการเก็บเกี่ยวแล้ว ความชื้นยังมีผลต่อคุณภาพเมล็ด และก่อให้เกิดโรคกับเมล็ดได้ง่าย อีกทั้งการเก็บเกี่ยวในฤดูฝนจะทำให้การลดความชื้นโดยใช้แสงอาทิตย์มีปัญหาได้เสมอๆ
– ช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวเมล็ดที่เหมาะสม คือ ช่วงที่มีปริมาณและคุณภาพเมล็ดดีที่สุด โดยการเก็บที่ไม่อ่อนเกินไป หรือช้าเกินไปจนเมล็ดร่วง ช่วงที่เหมาะสม คือ ช่วงที่เมล็ดแก่ทางสรีรวิทยา ซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงสีของผลหรือฝัก

– วิธีการเก็บเกี่ยวพืชแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน เนื่องจากความแตกต่างของชนิดพืช พืชบางชนิดเก็บเกี่ยวเฉพาะผลหรือฝัก ซึ่งสามารถพิจารณาเฉพาะผลนั้นๆ ได้ เช่น ถั่วฝักยาว แตงกวา ในขณะที่บางพืช เช่น คะน้า กวางตุ้ง ต้องเก็บเกี่ยวเมล็ดพร้อมกันทั้งต้น

โรคของเมล็ดพันธุ์ผัก เป็นปัญหาที่พบอยู่เสมอ ในกรณีการผลิตเมล็ดพันธุ์ จะพบปัญหาจากการที่โรคเข้าทำลายต้นพืช ทำให้ไม่สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพได้ และที่สำคัญอีกประการ คือ การที่เชื้อโรคติดไปกับเมล็ดพันธุ์ ทำให้ก่อปัญหาการกระจายของเชื้อโรคติดไปกับเมล็ดพันธุ์สู่สถานที่ปลูกต่างๆ ที่นำเมล็ดไปปลูก ดังนั้นจะต้องมีการควบคุมโรคต่างๆ ในแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยมีหลักการป้องกันการเกิดโรคในเมล็ดพันธุ์ คือ

1. หมั่นตรวจดูแปลง ถ้าพบอาการของโรคให้กำจัดออกทันที
สาหรับเมื่อเก็บเมล็ดพันธุ์มาแล้ว ก่อนการเก็บรักษา ต้องมีการลดความชื้นที่เหมาะสมสาหรับพืชแต่ละชนิด ซึ่งโดยทั่วไปควรลดความชื้นภายในเมล็ดให้เหลือไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ นำไปเก็บรักษาไว้ในภาชนะที่สะอาดและป้องกันความชื้นได้ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเก็บเมล็ดพันธุ์ ควรมีความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 45 – 50 เปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิประมาณ 10 – 15 องศาเซลเซียส แต่อย่างไรก็ตามการหาสถานที่ซึ่งมีความชื้นและอุณหภูมิต่าเป็นไปได้ยาก ดังนั้นเกษตรกรสามารถเก็บรักษาเมล็ดไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา แต่ต้องผนึกภาชนะบรรจุให้มิดชิด อย่าให้อากาศผ่านเข้าได้ ก็จะทำให้สามารถเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไว้ได้นาน

2. เลือกสถานที่ในการผลิตเมล็ดให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ไม่เป็นแหล่งระบาดของโรค และ พัฒนาการของเมล็ด

การปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์
เมื่อทำการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์แล้ว จะต้องทำการนำเมล็ดออกจากผลหรือฝัก เช่น แตงกวา ถั่วฝักยาว คะน้า เป็นต้น หรือในพืชบางชนิด เมล็ดสามารถหลุดร่วงได้ทันทีเมื่อแก่ เช่น ตั้งโอ๋ ผักกาดหอมเป็นต้น สิ่งที่ต้องการคือ การคัดแยกเมล็ดออกจากสิ่งเจือปนต่างๆ เช่น เปลือก กิ่ง ก้านต่างๆ และ จะต้องแยกเมล็ดอ่อนออกด้วย เมล็ดพันธุ์พืชผักบางชนิดฝักจะแห้งเมื่อแก่พร้อม

สรุป
– การควบคุมพันธุกรรมให้คงที่ จะต้องวางแผนการปลูก เพื่อไม่ให้มีพืชพันธุ์อื่นๆ ผสมข้ามกับพันธุ์ของเรา โดยใช้ระยะความห่างของพันธุ์อื่นๆ การปลูกในช่วงเวลาที่ดอกบานไม่พร้อมกัน หรือการกางมุ้ง หรือการคลุมดอก รวมถึงการถอนต้นที่เป็นพันธุ์ปนออกจากแปลงผลิตด้วย
– เมื่อจะผลิตพืชใด จะต้องรู้จักพืชนั้นให้มากที่สุด ตั้งแต่การปลูก การดูแลรักษา โรคพืช และ แมลง และที่สำคัญคือ จะต้องทราบว่าเป็นพืชผสมตัวเองหรือผสมข้าม และมีพฤติกรรมการออกดอก หรือติดเมล็ดอย่างไร
– โรคพืชมีความสาคัญมากต่อต้นพืช และสามารถติดไปกับเมล็ดพันธุ์ได้
– การวางแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ ควรหลีกเลี่ยงการเก็บเกี่ยวเมล็ดในฤดูฝน
– การดูแลรักษาต้นพืชให้มีความแข็งแรงตั้งแต่ระยะแรก ร่วมกับการป้องกันโรคพืช และ แมลง จะทำให้ได้เมล็ดที่สมบูรณ์
– การเก็บรักษาเมล็ดควรเก็บไว้ในสภาพความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ อุณหภูมิต่ำ และควรเก็บไว้ในภาชนะอับลม
– เมล็ดพันธุ์เมื่อผลิตแล้ว ควรนำมาใช้ให้เร็วที่สุด จะทำให้ได้ต้นกล้าดีที่สุด
– ทุกขั้นตอนมีความสำคัญต่อปริมาณและคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ต้องติด ตามอย่างต่อเนื่อง
– การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ จะต้องเก็บในระยะที่เมล็ดแก่เต็มที่ และไม่ควรปล่อยเมล็ดให้แห้งคาต้น เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เมล็ดเสื่อมคุณภาพได้ง่าย
– ความชื้นในเมล็ดมีความสาคัญต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์มาก ควรลดความชื้นไม่ให้เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเป็นเหตุผลของการแพร่ของโรคพืช และ แมลงได้ง่าย ถ้าเมล็ดมีความชื้นสูง
– การลดความชื้นในเมล็ดเปียก ต้องระวัง เนื่องจากความร้อนและความชื้นจะทำลายเมล็ดได้ ดังนั้นไม่ควรตากแดดทันทีในขณะที่เมล็ดเปียก
– การผลิตเมล็ดพันธุ์ เป็นการเพิ่มปริมาณเมล็ดโดยรักษาพันธุกรรมของพันธุ์พืช และทำให้เมล็ดมีคุณภาพสูง เช่น ความแข็งแรงของเมล็ด และ การงอก

ขอขอบคุณ ข้อมูลดีๆจากเว็บไซต์ e-manage.mju.ac.th

สินค้าของเรา สารป้องกันกำจัดโรคพืช

เราจำหน่ายขายส่ง และ ขายปลีก สารกำจัดโรคพืช สารป้องกัน กำจัดโรคพืช ผลิตด้วยเทดโนโลยี่สมัยใหม่ เป็นสารเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อป้องกัน และ กำจัดโรคพืช สารกำจัดโรคพืช จึงมีประสิทธิภาพสูง ในการกำจัดโรคพืช ได้อย่างฉับพลัน ไมมีสารพิษตกค้างในผลผลิต และ สามารถใช้ได้ผลดีกับพืชทุกชนิด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ ต้องการ ติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่าย ได้ที่
ติดต่อเรา TEL 098-746-4793 (AIS) , TEL 097-193-7840 (TRUE)
Line id: zateer , Line@: @zateer (ใส่แอดด้วยนะคะ) คุณน้อง

ต้องการสั่งซื้อ สารป้องกันกำจัดโรคพืช คลิกที่นี่เลยค่ะ